อุทาหรณ์ หญิงดื่ม "น้ำมะนาวสด" ทุกเช้า หวังลดน้ำหนัก ผิดคาด เกือบเอาชีวิตไม่รอด!

อุทาหรณ์ หญิงดื่ม "น้ำมะนาวสด" ทุกเช้า หวังลดน้ำหนัก ผิดคาด เกือบเอาชีวิตไม่รอด!

อุทาหรณ์ หญิงดื่ม "น้ำมะนาวสด" ทุกเช้า หวังลดน้ำหนัก ผิดคาด เกือบเอาชีวิตไม่รอด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดื่มน้ำมะนาว ตอนท้องว่างทุกเช้า หวังลดน้ำหนัก สุดท้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด

กรณีเตือนภัยสายรักสุขภาพกำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อหญิงชาวจีนวัย 56 ปี ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังทำตามสูตรล้างพิษด้วยการดื่มน้ำมะนาวคั้นสดตอนท้องว่างทุกเช้า หวังลดน้ำหนักและฟื้นฟูร่างกาย แต่กลับส่งผลร้ายต่อระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง แพทย์เผยหากมารักษาช้ากว่านี้อาจเสี่ยงถึงชีวิต

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนามรับผู้ป่วยหญิงรายดังกล่าวเข้ารักษา หลังมีอาการปวดหน่วงและแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ต่อเนื่องนานกว่า 3 วัน ร่วมกับอาการอาเจียนบ่อย อ่อนเพลียอย่างหนัก จนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แพทย์จึงเร่งตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด

จากการซักประวัติพบว่า ผู้ป่วยตั้งใจลดน้ำหนักและล้างพิษร่างกายตามสูตรที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย โดยดื่มน้ำมะนาวคั้นสดเป็นประจำทุกเช้าในขณะท้องว่างมาเป็นเวลานาน โดยไม่ทราบว่าความเป็นกรดสูงจากมะนาวอาจส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากขึ้น

ผลการส่องกล้องพบว่า เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง มีแผลและจุดเลือดออกหลายตำแหน่ง รวมถึงมีภาวะกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นสู่หลอดอาหาร แพทย์อธิบายว่า กรดเข้มข้นจากมะนาวเมื่อเข้าสู่กระเพาะในขณะท้องว่าง จะกัดกร่อนเยื่อบุที่เสื่อมลงตามวัย จนเกิดแผลและเสี่ยงต่อการมีเลือดออกในทางเดินอาหาร

โชคดีที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา แพทย์สามารถควบคุมภาวะเลือดออกและให้การรักษาด้วยยาอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้อาการเริ่มทรงตัวและดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ย้ำว่ากรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างของอันตรายจากการดูแลสุขภาพผิดวิธีที่หลายคนมองข้าม

แพทย์เตือนว่า ร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในวัยกลางคน ชั้นป้องกันเยื่อบุกระเพาะอาหารจะบางลง การดื่มเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดสูงขณะท้องว่าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ แผลในกระเพาะ ปวดลิ้นปี่ และภาวะแทรกซ้อนจากการมีเลือดออกได้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการดื่มน้ำมะนาว ควรผสมน้ำให้เจือจาง อาจเติมน้ำผึ้ง และควรดื่มหลังมื้ออาหาร หลีกเลี่ยงการดื่มขณะท้องว่างโดยเด็ดขาด ผู้ที่มีประวัติโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน หรือปัญหาระบบทางเดินอาหาร ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

นอกจากนี้ แพทย์ยังเน้นย้ำว่า ไม่ควรทำตามกระแสสุขภาพที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์โดยขาดคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะพฤติกรรมที่ดูเหมือนง่ายและปลอดภัย อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาว หากมีอาการปวดลิ้นปี่ อาเจียนบ่อย อ่อนเพลีย หรือถ่ายดำ ควรรีบพบแพทย์ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล